สะดวกสบายทุกสิ่งสรรพ์กับ บาคาร่าออนไลน์

                ในแต่ละวันจะเห็นมนุษย์เราต่างขนเงินไปเล่นการเดิมพันในบ่อนคาสิโนกันมากมาย จนทำให้ประชาชาติที่มีบ่อนคาสิโนไว้ให้บริการจะมีเงินแพร่สะพัดมากมาย จนกระจายเปิดบ่อนคาสิโนหลายแห่งเพื่อไว้บริการนักพนันทั้งปวง แต่ละบ่อนก็จะมีกลวิธีที่คอยล่อใจลูกค้าที่แหวกแนวกันไป เช่นมีโฮเต็ลที่พักไว้ ให้เลือกสรรหลายระดับ ถ้ามีเงินมากก็จะมีภัคตาคารที่หรูหราไว้บริการ ถ้ามีเงินน้อยก็จะมีโฮเต็ลตามฐานะทางการเงินไว้บริการเยอะแยะ

มีร้านสะดวกซื้อ ร้านรับจำนำ ภัตตาคาร คนที่เล่นการเดิมพันเสีย แล้วไม่มีเงินสดประจำตัวก็สามารถนำสมบัติที่ติดตัวมาจำนำได้เพราะเขาจะมีร้านรับจำนำไว้บริการ เพื่อความสะดวกสบายกับนักเล่นการพนันจะเห็นได้ว่าในบ่อนคาสิโนจะสบายทุกสิ่งสรรพทำเอานักเล่นการพนันจะเห็นได้ว่าในบ่อนคาสิโนจะสบายทุกอย่าง ทำให้นักการพนันเกิดความล่อใจไม่อยากเลิกเล่นเพราะพวกเขาจะมีความสำราญและหลงเสน่ห์ในบ่อนคาสิโน บางท่านเล่นจนหมดกระเป๋าไม่เหลือแม้กระทั้งเงินทองที่มีส่วนตัวมาต้องเข้าทำงานรับจ้างพอให้ได้เงินต่อทุน บาคาร่าออนไลน์ บางท่านได้เงินก็มาก็ไม่ยินยอมกลับบ้าน เข้าไปวนเวียนอยู่ในบ่อนไม่รู้จักจบจักสิ้น  คนที่ชอบเล่นการเสี่ยงโชคจะไม่รู้จักคำว่าพอเหมาะพอควรในชีวิตเขาก็จะเข้าไปคลุกคลีกับการพนันอยู่อย่างนี้

จนหาค่าในชีวิตมิได้เขาจึงแปลงเป็นผีพนัน การเดิมพันทุกชนิดยิ่งเล่นก็ทำเอาเรายิ่งไม่มีเงินลง  ยังไม่เคยเห็นว่าใครเล่นแล้วมั่งมีได้จริง แต่มนุษย์เราก็ยังไขว่คว้าค้นหาที่จะเข้าไปคลุกคลีกับมันในที่สุดก็ต้องตกมาเป็นทาสของการเสี่ยงโชคจนหาประตูออกไม่ได้ บทสรุปก็จึงเปลี่ยนเป็นคนไม่เหลืออะไรในชีวิตตนเองแม้กระทั้งศักด์ศรีของความเป็นคนเลย ดังนั้นคนเราทุกผู้ทุกนามต้องมีสติกับตนเอง อยู่เสมอ

5 เคล็ดลับชะลอวัย แก่ช้า ป่วยยาก

ไม่ว่าจะเป็นสาว หรือเป็นหนุ่ม (หรืออาจจะเป็นหนุ่มที่อยากสาว หรือสาวที่อยากหนุ่ม) ใครๆ ก็อยากหน้าเด็ก สุขภาพร่างกายแข็งแรงกันทั้งนั้น แต่ของแบบนี้ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย ต้องมาจากการดูแลตัวเองเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น จึงขอแนะเคล็ดลับการชะลอวัย และดูแลร่างกายไม่ให้ร่วงโรยผันแปรตามอายุปฏิทิน ที่ทำได้ไม่ยาก เพียง 5 ข้อ

 

1. ตรวจสุขภาพแบบองค์รวมอย่างสม่ำเสมอ

หลายคนรอจนมีอาการป่วยก่อน ถึงจะไปพบหมอ หลายครั้งเกิดเหตุการณ์ที่ว่า รู้อย่างนี้..ไปตรวจสุขภาพตั้งแต่เนิ่นๆ ก็ดี ดังนั้น อย่ารอให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น พยายามหาเวลาไปตรวจสุขภาพอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง การตรวจร่างกายเพื่อชะลอวัยไม่ใช่แค่เจาะเลือดเพื่อดูค่าคอเลสเตอรอล หรือน้ำตาลในเลือดเท่านั้น แต่ต้องเป็นการตรวจแบบองค์รวม คือการประเมินสุขภาพที่ตรวจได้ลึกถึงระดับดีเอ็นเอ ที่สามารถบอกได้ว่า อายุไขชีวภาพของเราอยู่ในระดับที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดความเสื่อมของเซลล์ที่อาจทำให้เกิดโรคร้ายแรงหรือไม่

 

2. ทานอาหารคลีนและอาหารเสริมที่เหมาะกับร่างกาย

อาหารที่รับประทานไม่เพียงแต่มีประโยชน์ แต่ต้องเหมาะกับร่างกายของแต่ละคนด้วย อาหารและโปรตีนบางชนิดมีประโยชน์ แต่ร่างกาย    บางคนอาจไม่ได้ต้องการสารอาหารเหล่านั้น เช่น นมมีแคลเซียมช่วยเสริมกระดูกให้แข็งแรง แต่บางคนไม่มีเอนไซม์ย่อย จึงอาจทำให้เกิดท้องอืดหรือท้องเสีย ส่งผลเสียต่อระบบย่อยอาหารและการทำงานของลำไส้ใหญ่ อาหารเสริมเช่น วิตามินมีประโยชน์แต่ต้องได้รับในปริมาณที่พอเหมาะและตามความต้องการของแต่ละคน

 

3. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและในปริมาณที่เหมาะสม

หลายคนเข้าใจว่ายิ่งออกกำลังกายเยอะ ยิ่งทำให้สุขภาพแข็งแรงมากขึ้นเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว การออกกำลังกายในปริมาณที่พอเหมาะและไม่หักโหม จะทำให้สุขภาพแข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจ โยคะเป็นการออกกำลังกายที่ช่วยปรับสมดุลทั้งร่างกายและจิตใจ และช่วยให้ระบบเผาผลาญร่างกายทำงานได้ดีขึ้นโดยไม่ใช้พลังงานมากจนเกินไป ซึ่งเป็นต้นเหตุของการเกิดสารอนุมูลอิสระ ส่งผลต่อร่างกายแก่ก่อนวัยอันควร

 

4. กำจัดของเสียออกจากลำไส้ใหญ่

ถึงแม้ร่างกายเราสามารถขับถ่ายของเสียโดยระบบขับถ่ายตามธรรมชาติ แต่ก็ไม่สามารถกำจัดได้หมด ซึ่งจะไปสะสมในผนังลำไส้ และเมื่อมีการสะสมเป็นเวลานาน   ก็มีโอกาสเกิดการอักเสบและเป็นสาเหตุของโรคมะเร็งในลำไส้ใหญ่ได้ การทำ Colon-Hydrotherapy หรือการใช้น้ำสวนล้างลำไส้จะสามารถชำระล้างของเสียได้ไปจนถึงส่วนผนังลำไส้ ซึ่งนอกจากจะช่วยในเรื่องระบบทางเดินอาหารแล้ว ยังช่วยให้ผิวพรรณดี มีน้ำมีนวลอีกด้วย ทั้งนี้ Colon-Hydrotherapy เป็นหนึ่งในวิธีการช่วยรักษามะเร็งที่มีประสิทธิภาพที่สุดวิธีหนึ่ง

 

5. มองโลกในแง่บวก

ไม่ว่าจะเหนื่อย จะท้อแค่ไหน ต้องพยายามคิดเสมอว่า เราแค่มีวันแย่ๆ แต่ไม่ได้มีชีวิตแย่ๆ หาความสุขง่ายๆ จากสิ่งรอบข้างที่มีอยู่แล้วรอบตัว เช่น เสียงนกร้อง ความเงียบสงบของถนนในเมืองในเช้าวันอาทิตย์ สีเขียวของต้นไม้ แค่นี้ก็เป็นความสุขในทุกวันที่หาได้ง่ายๆ เพื่อการมีสุขภาพจิตที่ดี แน่นอนว่านอกจากจะลดการเจ็บป่วยทางร่างกายที่เกิดจากความเครียดแล้ว ยังทำให้หน้าตาผิวพรรณสดใส มีออร่า ดูเด็กกว่าอายุอีกด้วย

ประโยชน์ของการออกกำลังกายแบบหนักสลับเบา

คุณรู้หรือไม่ว่าการออกกำลังกายแบบหนักสลับเบาสัปดาห์ละสามครั้งๆละ 15 นาทีนั้นให้ผลลัพธ์ดีกว่าการวิ่งบนลู่วิ่งไฟฟ้านานหนึ่งชั่วโมง ที่สำคัญยังส่งผลเสียต่อกล้ามเนื้อ ข้อต่อ และร่างกายน้อยกว่าการออกกำลังกายแบบทั่วไปอีกด้วย แถมยังมีประโยชน์มากกว่าในทุกๆด้าน โดยปกติช่วงการผ่อนคลายเรามักจะพักร่างกาย ยืดกล้ามเนื้อ หรือออกกำลังกายเบาๆประมาณ 6-30 นาทีเพื่อหลีกเลี่ยงอาการบาดเจ็บ นอกจากนี้การออกกำลังกายอย่างหนักในระยะสั้นจะสร้างกรดแลคติกซึ่งจะช่วยเสริมสร้างพลังงานมากขึ้นเนื่องจากกล้ามเนื้อต้องการอ็อกซิเจนนั่นเอง การออกกำลังกายแบบหนักสลับเบาเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดเราควรเริ่มจากหนักไปหาเบา จากนั้นก็ทำซ้ำตามจำนวนที่คุณต้องการ

คุณสามารถออกกำลังกายแบบหนักสลับเบาควบคู่ไปกับการสร้างกล้ามเนื้อ การบริหารหัวใจ การเสริมสร้างความแข็งแกร่งและความทนทานของกล้ามเนื้อ นอกจากนี้ก็ยังมีการวิ่งขึ้นลงบันไดแบบยาวๆตามด้วยการเดินหรือวิ่งเหยาะๆแบบสั้นๆ ทั้งหมดนี้สามารถทำซ้ำได้ตามที่คุณต้องการ การออกกำลังกายอีกอย่างที่แนะนำให้ปฏิบัติควบคู่กับการออกกำลังกายแบบหนักสลับเบาคือการกระโดดข้ามกล่องหรือเก้าอี้ การออกกำลังกายแบบหนักจะเป็นการกระโดดข้ามวัตถุอย่างรวดเร็วและต้องอาศัยพลังงานมหาศาลขณะที่การออกกำลังกายแบบเบาคือช่วงที่คุณพักหลังจากนั้น การปั่นจักรยานก็เป็นการออกกำลังกายแบบหนักสลับเบาที่น่าสนใจอีกประเภทหนึ่ง ท้ายที่สุดคือการกระโดดเชือกเนื่องจากคุณสามารถสลับไปมาระหว่างหนักกับเบาได้อย่างง่ายดาย

ประโยชน์จากการออกกำลังกายแบบหนักสลับเบา

ออกกำลังกายแบบหนักสลับเบา

              อย่างไรก็ตามการออกกำลังกายแบบหนักสลับเบานั้นมีประโยชน์มากกว่าการออกกำลังกายทั่วไป ข้ออ้างที่ว่ายุ่งเกินกว่าที่จะออกกำลังกายนั้นใช้ไม่ได้กับการออกกำลังกายประเภทนี้เนื่องจากการออกกำลังกายแบบหนักสลับเบาจะใช้เวลาน้อย อาศัยความหนักหน่วงและรวดเร็วเป็นหลัก นอกจากนี้การออกกำลังกายแบบเข้มข้นสูงระหว่างที่ฝึกหนักสลับเบาจะช่วยเพิ่มการเผาผลาญแคลอรี่แม้ว่าการออกกำลังกายจะผ่านไปแล้ว 2-24 ชั่วโมง แถมยังช่วยกระตุ้นการสร้างฮอร์โมนควบคุมการเจริญเติบโตมากถึงร้อยละ 450 เป็นเวลา 24 ชั่วโมงพร้อมกับชะลอกระบวนการชราภาพ ช่วยในเรื่องการลดน้ำหนัก และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของกระบวนการเผาผลาญทั้งไขมันและแคลอรี่ เสริมสร้างความแข็งแกร่งและความทนทานของร่างกาย เรียกได้ว่ามีประโยชน์ครบทุกด้านจริงๆ

ควรจะรู้ไว้กับ “อาการแพ้เครื่องสำอาง”

ผู้หญิงเคยเป็นกันไหมค่ะ? จับจ่ายซื้อของมาใช้ได้ซักพักแล้วสิวขึ้น เกิดจากการใช้แล้วแพ้ อันที่แล้วการแพ้เครื่องสำอางมีแบ่งออกด้วยกัน 2 อย่างได้แก่ irritant contact dermatitis กับ allergic contact dermatitis อาการคืออะไรแล้วก็หน้าตาเป็นอย่างไรมาดูกันจ้ะ

แพ้เครื่องสำอาง

เรารู้กันอยู่แล้วว่าผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เช่นมอยส์เจอร์ไรเซอร์ แชมพู ระงับกลิ่นกาย เมคอัพ โคโลญจน์ และเครื่องสำอางอื่นๆ ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของเราไปเสียแล้ว สถาบันผิวหนังแห่งอเมริกาได้มีรายงานการสำรวจว่าโดยทั่วไปแล้วผู้ใหญ่จะใช้ ผลิตภัณฑ์อย่างน้อย 7 อย่างในแต่ละวัน แม้ว่าเครื่องสำอางจะช่วยทำให้เรารู้สึกว่าสวยขึ้น ดูดีขึ้น, แต่ก็อาจเป็นสิ่งที่ทำให้ระคายเคืองผิว หรือเกิดอาการแพ้ขึ้นได้ ส่วนผสมต่าง ๆ ที่อยู่ในเครื่องสำอาง เช่นน้ำหอม และสารกันเสีย อาจเป็นตัวสร้างแอนติบอดี้ ที่กระตุ้นให้เกิดอาการแพ้

อาการแพ้เครื่องสำอางเป็นอย่างไร

สำหรับการแพ้เครื่องสำอางมีอาการอยู่สองประเภทที่อาจเกิดขึ้นได้คือ ผิวอักเสบจากการระคายเคือง และ ผิวอักเสบจากการสัมผัส ผื่นแพ้สัมผัสนั้นจะเป็นรอยในบริเวณที่อักเสบ (แดง, คัน, บวม) ที่จะเกิดขึ้นหลังจากสัมผัสกับผิว

  1. ผิวอักเสบจากการระคายเคือง (Irritant contact dermatitis) ลักษณะนี้พบได้บ่อยกว่าผื่นแพ้สัมผัส และเกิดขึ้นได้กับทุกคน จะเกิดขึ้นเมื่อมีการระคายเคือง หรือถูกสิ่งที่หยาบ ๆ ทำร้ายผิว ปกติจะเริ่มจากอาการคันเป็นที่ ๆ ผิวตกสะเก็ด หรือเป็นผื่นแดง แต่แล้วก็อาจเป็นแผลพุพอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากผิวระคายเคืองจากการเกา ผิวอักเสบจากการระคายเคืองนั้นเกิดขึ้นได้โดยการสัมผัสกับสิ่งที่ทำให้ระคาย เคือง บริเวณผิวหนังชั้นนอกสุดที่บาง เช่นเปลือกตา หรือบริเวณที่ผิวแห้งและแตกนั้นจะระคายเคืองได้มากกว่า
  2. ผื่นแพ้สัมผัส (Allergic contact dermatitis) จะเกิดขึ้นในคนที่แพ้ต่อส่วนผสมเฉพาะบางอย่าง หรือส่วนผสมที่อยู่ในเครื่องสำอางบางประเภท อาการที่เกิดคือผิวแดง บวม คัน คล้ายเป็นลมพิษ ในบางกรณีจะแสบแดง ผิวหน้า ริมฝีปาก ดวงตา หู และคอนั้นเป็นส่วนที่เกิดการแพ้เครื่องสำอางได้บ่อยกว่าส่วนอื่น ๆ ถึงกระนั้นอาการผื่นแพ้สัมผัสก็สามารถเกิดขึ้นได้ในส่วนอื่นของร่างกายเช่น กัน

ที่สำคัญนั้นระยะเวลาในการเกิดอาการระคายเคืองก็หลากหลาย สิ่งที่ทำให้ระคายเคืองได้มาก เช่น น้ำหอมอาการอาจเกิดขึ้นได้ภายในไม่กี่นาที หรืออาจนานเป็นชั่วโมงก็เป็นได้ อย่างไรก็ดี ในผลิตภัณฑ์ที่ระคายเคืองน้อยก็อาจใช้เวลาเป็นวัน หรือเป็นสัปดาห์กว่าจะเกิดอาการ เช่น สบู่ อาการจริง ๆ ของผื่นแพ้จะใช้เวลาประมาณ 7-10 วันกว่าจะเกิดอาการ ในบางครั้งบางคน กว่าจะเริ่มมีอาการแพ้ต่อผลิตภัณฑ์ ก็อาจเกิดหลังจากใช้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมาเป็นเวลาหลายปีค่ะ